LEED Certification คืออะไร เพิ่มคะแนนอย่างไร สรุปทุกเรื่องที่ควรรู้

REC Thailand LEED Certification คืออะไร เพิ่มคะแนนอย่างไร สรุปทุกเรื่องที่ควรรู้

34% ของพลังงานที่ใช้ทั่วโลก และ 37% ของปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับโลก จะมีที่มาจากอาคารและสิ่งปลูกสร้าง อ้างอิงจาก United Nations Environment Programme (UNEP) การรับมือกับวิกฤติภาวะโลกร้อนจึงจำเป็นต้องมุ่งความสนใจไปในระดับอาคารและสิ่งปลูกสร้างด้วย ซึ่งวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมก็คือการใช้มาตรฐานอาคารเขียวหรือ LEED Certification

LEED Certification คืออะไร

LEED Certification คือมาตรฐานอาคารเขียวในระดับสากลที่มุ่งเน้นส่งเสริมอาคารและสิ่งปลูกสร้างให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความเป็นมิตรต่อสุขภาพ และช่วยประหยัดพลังงานได้มากขึ้น โดยคำว่า LEED นั้นจะย่อมาจาก Leadership in Energy and Environmental Design

ปัจจุบันทั่วโลกมีโครงการที่ได้รับการรับรอง LEED Certification ถึงกว่า 190,000 โครงการ กระจายอยู่ใน 186 ประเทศและเขตแดน ความแพร่หลายนี้ทำให้ LEED Certification เป็นหนึ่งในมาตรฐานอาคารเขียวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก โดยจะมีผู้กำหนดมาตรฐานคือ U.S. Green Building Council (USGBC)

LEED Certification มีกี่ประเภท

LEED Certification จะมีความครอบคลุมอาคารและสิ่งปลูกสร้างทุกแบบและทุกระยะ โดยจะแบ่งได้เป็น

  • การออกแบบและก่อสร้างอาคาร (Building Design and Construction, BD+C) สำหรับโปรเจคก่อสร้างอาคารใหม่หรือรีโนเวทครั้งใหญ่
  • การออกแบบและตกแต่งภายใน (Interior Design and Construction, ID+C) สำหรับโปรเจคออกแบบและตกแต่งภายในอาคารแบบเต็มรูปแบบ
  • การดำเนินงานและบำรุงรักษาอาคาร (Building Operations and Maintenance, O+M) สำหรับอาคารที่เสร็จสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่อยู่ระหว่างการปรับปรุงพัฒนา โดยอาจมีการก่อสร้างหรือไม่ก็ได้
  • การพัฒนาพื้นที่ (Neighborhood Development, ND) สำหรับโปรเจคพัฒนาพื้นที่ โดยอาจเป็นโปรเจคสำหรับที่อยู่อาศัย สำหรับจุดประสงค์อื่น หรือผสมกัน
  • บ้าน (Homes) สำหรับโปรเจคบ้านที่อยู่อาศัยในรูปแบบต่างๆ
  • เมือง (Cities) สำหรับทั้งเมืองหรือแค่เฉพาะพื้นที่เมืองบางส่วน

ซึ่ง LEED Certification สำหรับอาคารและสิ่งปลูกสร้างแต่ละประเภทก็จะมีเกณฑ์การให้คะแนนที่ต่างกันไปบ้าง การขอการรับรองจึงจำเป็นต้องระบุประเภทให้ถูกต้อง (รวมถึงประเภทย่อยด้วย เช่น อาคารที่จะสร้างใหม่ กรณีที่เป็นสถานศึกษากับกรณีที่เป็นสถานพยาบาล ก็จะมีรายละเอียดการให้คะแนนที่ต่างกันในบางส่วน)

LEED Certification ต่างจาก WELL Building Standard อย่างไร

LEED Certification และ WELL Building Standard แม้จะเป็นมาตรฐานด้านอาคารเหมือนกัน แต่ก็จะมีจุดต่างหลักตรงที่ LEED Certification จะมุ่งเน้นไปที่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ในขณะที่ WELL Building Standard จะมุ่งเน้นไปที่สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนในอาคารเป็นหลัก

ประโยชน์ของ LEED Certification

สาเหตุที่ LEED Certification ได้รับความนิยมสูง ก็เนื่องด้วยประโยชน์และข้อดีต่างๆ ดังนี้

  • ลดการใช้พลังงาน อาคารที่ผ่านการรับรอง LEED Certification โดยเฉลี่ยแล้วจะมีการใช้พลังงานน้อยกว่าอาคารทั่วไปถึง 25% ซึ่งจะเป็นผลดีทั้งในแง่ของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการประหยัดค่าใช้จ่าย
  • ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อาคารที่ผ่านการรับรอง LEED Certification ยังมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 34% อีกด้วย ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นับเป็นก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน
  • ลดปริมาณขยะ LEED Certification ยังมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะได้อีกเช่นกัน โดยมีตัวเลขคาดการณ์ว่าอาจช่วยลดปริมาณขยะรวมได้มากถึง 540 ล้านตันภายในปี 2030
  • ส่งเสริมคุณภาพอากาศ ด้วยแนวทางของ LEED Certification ที่มีการควบคุมผลกระทบจากการสูบบุหรี่ มีการควบคุมสารระเหยอันตราย รวมถึงมีการติดตามและปรับปรุงคุณภาพอากาศ จึงนับว่ามีส่วนช่วยส่งเสริมคุณภาพอากาศภายในอาคาร
  • ส่งเสริมความพึงพอใจของบุคลากร ผลดีต่างๆ ในด้านสภาวะแวดล้อมที่เกิดจาก LEED Certification ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น การเข้าถึงแสงสว่างธรรมชาติในช่วงกลางวันได้ดีขึ้น ฯลฯ ยังมีผลช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของคนในองค์กร รวมถึงช่วยส่งเสริมการสรรหาและอัตราการคงอยู่ของบุคลากรให้ดีขึ้นอีกด้วย
  • ส่งเสริมรายงาน ESG จากข้อดีต่างๆ ดังที่กล่าวมา LEED Certification จึงมีส่วนช่วยในการบรรลุเป้าหมายตามรายงาน ESG (ย่อมาจาก Environmental, Social, and Governance) โดยจะเป็นผลดีต่อองค์กรทั้งในด้านการได้รับการยอมรับและการดึงดูดนักลงทุน
  • เพิ่มมูลค่าของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ข้อมูลปัจจุบันพบว่า อาคารที่ผ่านการรับรอง LEED Certification จะมีราคาต่อตารางฟุตสูงกว่าอาคารทั่วไปโดยเฉลี่ยสูงถึง 21.4%

LEED Certification มีกี่ระดับ อะไรบ้าง

LEED Certification จะใช้ระบบนับคะแนน (มีคะแนนเต็ม 110 คะแนน) โดยจะแบ่งได้เป็น 4 ระดับจากสูงไปต่ำ ได้แก่

  • Platinum (80 คะแนนขึ้นไป)
  • Gold (60-79 คะแนน)
  • Silver (50-59 คะแนน)
  • Certified (40-49 คะแนน)

ซึ่งน้ำหนักคะแนนก็สามารถแบ่งตามหมวดหมู่ของเกณฑ์การประเมินได้หลักๆ คือ

  • ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (Climate Change) 35%
  • ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์โดยตรง 20%
  • ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำ 15%
  • ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ 10%
  • ปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีเขียว 10%
  • ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติ 5%

เกณฑ์การประเมิน LEED Certification มีอะไรบ้าง

ตัวอย่างเกณฑ์การประเมิน LEED Certification (LEED v4.1 for Building Design + Construction: New Construction and Major Renovations) คร่าวๆ ก็จะประกอบไปด้วย (LEED Certification สำหรับอาคารหมวดอื่นอาจมีรายละเอียดที่ต่างไปจากนี้ในบางส่วน)

  • ที่ตั้งและการเดินทาง เช่น ที่ตั้งไม่รุกรานพื้นที่ธรรมชาติ สะดวกต่อการเดินทาง มีส่วนช่วยลดการใช้รถยนต์ ส่งเสริมการใช้จักรยานและรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น
  • ความยั่งยืนของพื้นที่ เช่น ควบคุมมลพิษที่เกิดจากการก่อสร้างอย่างเหมาะสม จัดการฝนอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันน้ำท่วม ลดมลพิษทางแสง ปกป้องพื้นที่ธรรมชาติ เป็นต้น
  • ประสิทธิภาพการจัดการน้ำ เช่น ลดการใช้น้ำทั้งในและนอกอาคาร ติดตามประเมินการใช้น้ำ เป็นต้น
  • พลังงานและชั้นบรรยากาศ เช่น ลดการใช้พลังงานเกินความจำเป็น ติดตามประเมินการใช้พลังงาน ใช้พลังงานหมุนเวียนแทนพลังงานฟอสซิล เลี่ยงไม่ใช้ระบบทำความเย็นที่มีผลกระทบต่อชั้นโอโซน เป็นต้น
  • วัตถุดิบและทรัพยากร เช่น ส่งเสริมการใช้ซ้ำ ส่งเสริมการรีไซเคิล ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม เป็นต้น
  • สภาวะแวดล้อมของพื้นที่ภายในอาคาร เช่น ลดปริมาณสารระเหยที่เป็นอันตราย ป้องกันและควบคุมผลกระทบจากบุหรี่ ติดตามประเมินคุณภาพอากาศ ควบคุมดูแลระดับอุณหภูมิให้เหมาะสม ควบคุมดูแลระดับแสงไฟให้เหมาะสม ส่งเสริมการเข้าถึงแสงสว่างธรรมชาติในช่วงกลางวัน ออกแบบและดูแลควบคุมอาคารให้ปราศจากเสียงรบกวน เป็นต้น
  • กระบวนการเชิงบูรณาการ มีการประเมินความเกี่ยวข้องระหว่างแต่ละระบบของอาคารอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • นวัตกรรม เช่น มีการใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วยส่งเสริมผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
  • ลำดับความสำคัญเฉพาะภูมิภาค ให้ความใส่ใจแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และสาธารณสุขที่สำคัญสำหรับภูมิภาคที่ตั้งนั้นๆ

วิธีเพิ่มคะแนน LEED Certification

จากตัวอย่างเกณฑ์การประเมิน LEED Certification ข้างต้นจะเห็นได้ว่าคะแนนจะถูกคิดคำนวณมาจากหลายปัจจัย วิธีการเพิ่มคะแนนจึงต้องอาศัยการประเมินอย่างถี่ถ้วนว่าโปรเจคยังขาดในส่วนใด เพื่อที่จะได้สามารถปรับปรุงพัฒนาได้อย่างเหมาะสม

REC ตัวช่วยเพิ่มคะแนน LEED Certification

REC ย่อมากจาก Renewable Energy Certificate คือใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน ซึ่งองค์กรต่างๆ สามารถซื้อและใช้อ้างสิทธิ์การใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนได้ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการลด Carbon Footprint และการบรรลุเป้าหมายต่างๆ ในด้านสิ่งแวดล้อม เช่น RE100, Carbon Neutrality, Net Zero Emissions รวมไปถึงการเพิ่มคะแนน LEED Certification

โดย REC นั้นสามารถใช้เพิ่มคะแนน LEED Certification V4 ได้ถึง 2 คะแนน สำหรับโปรเจคอาคารในหมวด BD+C และเพิ่มได้ถึง 4 คะแนน สำหรับโปรเจคในหมวด O+M ส่วน LEED Certification V4.1 นั้น REC ก็จะสามารถเพิ่มได้มากสุดถึง 5 คะแนน

ทั้งนี้ REC ที่สามารถใช้เพิ่มคะแนน LEED Certification ได้นั้นจะต้องได้รับการรับรองจากมาตรฐานที่เทียบเท่ากับมาตรฐาน Green-e (เป็นมาตรฐาน REC ที่นิยมใช้ในสหรัฐอเมริกา) โดยหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมนอกประเทศสหรัฐอเมริกาก็คือการรับรอง EKOenergy ซึ่งมีที่มาจากทางยุโรป

ในส่วนนี้ REC Thailand ซึ่งเป็น EKOenergy Seller ในไทยที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ก็สามารถให้คำปรึกษาตลอดจนช่วยจัดหาและส่งมอบไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดภายใต้ EKOenergy Label เพื่อเพิ่มคะแนน LEED Certification หรือเพื่อจุดมุ่งหมายอื่นๆ ได้

REC Thailand ผู้ให้บริการชั้นนำด้าน REC ในไทย

REC Thailand เป็นผู้เชี่ยวชาญในการจัดหาและส่งมอบ REC ที่มีคุณภาพสูง โดยจะครอบคลุมทั้ง REC ตามมาตรฐาน I-REC และไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่ได้รับการรับรอง EKOenergy Label ไม่ว่าองค์กรของท่านจะมีเป้าหมาย Carbon Neutrality, Net Zero Emissions, LEED Certification หรือมีความต้องการเฉพาะในรูปแบบใด เราก็พร้อมที่จะให้คำปรึกษาและช่วยดูแลในทุกขั้นตอน มั่นใจได้ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมพลังงานกว่า 20 ปี ภายใต้เครือบริษัท GMS Interneer

หรือหากองค์กรของท่านกำลังมองหา Carbon Credit เราก็สามารถจัดสรรให้ได้เช่นเดียวกันทั้งมาตรฐาน T-VER ของประเทศไทย หรือมาตรฐานระดับสากล เช่น Verra และ Gold Standard ครอบคลุมทั้งรูปแบบโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและกักเก็บก๊าซเรือนกระจก โดยสามารถติดต่อรับคำปรึกษาได้ที่ GMS Solar

GMS Interneer

www.gmsthailand.com/ – Oil&gas equipment trading since 2002
Established in 2002, we are proud to be able to introduce the world-class oil&gas equipments to Thai Exploration and Production Industry. As an integral part of the supply chain, the industry supplies gas to fuel 70% of Thai electricity generation, enhancing Thailand growth.

GMS Solar

www.gmssolar.com – Solar equipment trading for commercial users
GMS Solar was established to accelerate Thai corporate’s goal of Carbon Neutrality and the road to NetZero. With more than 20 years of experience in the Thai energy sector. We are now ready to be a part of Greater Mekong Subregion’s green energy transition.

REC Thailand

www.recthailand.com – Thai Renewable energy certificate trader and broker
REC Thailand, a service under GMS Solar specialises in Thai REC trading of all technologies.

28th FLOOR, No.123 Suntowers Building B, Vibhavadi-Rangsit Road, Chompol, Chatuchak, Bangkok 10900 Thailand
TEL: 662 278 1100  E-mail: [email protected]

PRIVACY NOTICE  l  DATA SUBJECT REQUEST FROM 

บริษัท จี เอ็ม เอส โซลาร์ จำกัด (GMS SOLAR), @2023 – All Right Reserved.

Scroll to Top